yunaW1

yunaW1

วันอาทิตย์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2564

[Review] Moderiod เทพมังกรปฐพี Balking และเทพมังกรนภา Raiking

 


ต่อจาก 

[Review] Moderoid: Gaiking Legend of Daiku-Maryu มังกรแห่งตำนาน





หลังจากการเดินทางของยานไดคูมาริวผ่านมาได้ซักพัก ก็ปรากฎว่าพวกดาริอุสได้นำยานแบบเดียวกันออกมา นั่นคือยาน Daichi Maryu ซึ่งสามารถประกอบร่างเป็นหุ่นเหล็ก Balking ออกมาได้ Balking นั้นมีเกราะหนา และอาวุธระยะไกลที่รุนแรง ภายหลังยาน Daichi Maryu และ Bulking ก็ถูกพวกไดยะและศัตรูที่กลับใจชิงมาและมอบให้ ลี นักบินเนซเซอร์ของยานไดคูมาริวควบคุม Balking



ส่วนแขนของบัลคิงนั้นเป็นท่อนประกอบสามท่อน จึงงอศอกได้มาก ส่วนขาเนื่องจากสั้นมากเลยมีจุดขยับได้น้อย ในเรื่องก็โฮเวอร์ไปมาไม่ได้เดินอยู่แล้ว


 ส่วนมืออันใหญ่โตของบัลคิงนั้นสามารถกางนิ้วมือได้จึงทำท่า โคโลนาบราสท์ ที่ยิงกระสุนจำนวนมากออกจากนิ้วได้


Hydrute Cannon ที่หลังสามารถถอดมาถือเป็นขวานได้ มือจะมีสลักไว้เชื่อมต่อกับขวาน


บัลคิงพาร์ทก่อนประกอบร่าง


ชิ้นส่วนเสริมที่มาในกล่องเป็นตีนตะขาบและล้อไว้ติดที่ขาตอนแยกเป็นพาร์ท

โดยรวมแล้วบัลคิงไม่ค่อยมีอะไรมากนักเพราะกิมมิคหลักคือขาที่เปลี่ยนเป็นชิ้นของ Gaiking The Great ได้ การประกอบข้อขยับแน่นหนาดี ส่วนตัวค่อนข้างชอบข้อต่อที่ต้องถอดใส่บ่อยมีการทำเดือยเล็กๆช่วยยึดทำให้ไม่หลุดง่าย เวลาประกอบตอนกดจะรู้สึกเลยว่ามีล็อค จุดอ่อนเป็นส่วนเอวที่แปลงเป็นพาร์ทของ Gaiking The Great นั้น กระโปรงค่อนข้างหลุดง่ายไปนิดแม้จะมีสลักขนาดเล็ก และขาดอาวุธสำคัญมิราเคิลดริล รวมไปถึงชิ้นส่วนผ่ากลางทั้ง ขา แขน ปืนที่หลัง แต่ถ้าจะต่อดิบมันก็มีการลงสีมาให้ครบแล้วรวมถึงสติ๊กเกอร์ที่ให้มา ถ้าจะต่อดิบสะสมก็ไม่ต้องคิดมาก สายทำสีก็อุดขัดกันไป





หลังจากพวกดาริอุสได้นำ Daichi Maryu มาสู้กับพวกไดยะแล้ว ได้มีการปลุกยาน Tenku Maryu ซึ่งสามารถประกอบเป็นหุ่น Raiking ที่มีความเร็วสูง มาใช้โจมตียานDaiku Maryu อีก ภายหลังยาน Tenku Maryu และ Raiking ได้ถูก โนซ่าอดีตทหารดาริอุสชิงมาเป็นพวกกับไดยะ






ตัวไรคิงช่วงล่างค่อนข้างเล็ก โดยเฉพาะเท้าเล็กมากเหมือนเสก็ตน้ำแข็ง รวมถึงข้อต่อสะโพกเป็นบอลขนาดเล็ก ทำให้ยืนยากถ้าไม่มีฐาน แล้วฐานที่มันให้มาดันเตี้ยเกิน 

ส่วนศอกงอได้ 90องศา เข่าได้มากกว่า90เล็กน้อย ส่วนปีกพับไปด้านหลังได้



ส่วนบ่าสามารถยืดหดได้เพื่อเพิ่มจุดขยับ ส่วนเกราะบ้านั้นมีจุดหมุนแบบบอลจอยท์ทำให้ขยับได้เยอะเพื่อจัดท่า




มือมี3แบบ แบบแบแบนๆไว้ยิงเดสเปอไซส์ มือแบปกติ และมือถืออาวุธไว้ถือสกัลฮาเคน ซึ่งสคัลฮาเคนมันทำมาสั้นเกิ้นไม่สวยเลย

ชิ้นส่วนเสริมอื่นๆคือ ชิ้นหมวกและแขนร่าง Gaiking The Great, ชิ้นปิดไว้ตอนทำร่างแยกเป็นพาร์ท


ร่างแยกเป็นพาร์ท

เอาหอกของไกคิงมาติดตัวเชื่อมแล้วติดสคัลฮาเคนให้ดูยาวสวยกว่าของเดิมอีก

เป็นตัวที่มีจุดติเยอะกว่า2ตัวแรกเพราะนอกจากชิ้นขาผ่าแล้ว ชิ้นทำสีก็เยอะ แล้วดันติดกับเกทแผงอีกอย่างสคัลฮาเคนนี่เกทตรงใบมีดสีฟ้านี่เบ้อเร่อเลย ไหนจะยืนยาก ฐานทีไม่รู้ให้มาทำไม ด้ามง้าวสั้น ที่พอจะชมได้คงเป็นดีไซน์ช่วงบนที่จะเอาไปรวมเป็น Gaiking The Great ทำข้อขยับได้แน่นหนา และมีจุดหมุนเยอะทำให้จัดท่าได้ดี 


ได้เวลารวมร่าง The Great
GO Gaiking The Great

[Review] Moderoid: Gaiking Legend of Daiku-Maryu มังกรแห่งตำนาน

 


Legend of Daiku-Maryu เป็นอนิเมที่นำ Daiku Maryu Gaiking มาทำใหม่ในปี2005 โดยเปลี่ยนเนื้อเรื่องใหม่หมด โดยมีตัวเอกคือ ไดยะเด็กหนุ่มที่พ่อสูญหายไปในเหตุการณ์ทางทะเลและเชื่อว่าต้นเหตุมาจากสัตว์ประหลาด เขาจึงฝึกฝนร่างกายเพื่อวันที่จะได้ปราบสัตว์ประหลาด แต่แล้วเมื่อสัตว์ประหลาดโผล่มาเขาก็ถูกยานไดคูมาริวช่วยไว้และกลายเป็นนักบินของไกคิงและผจญภัยไปกับยานในโลกใต้ภิภพ


ตัวโมเดลเป็นสินค้าในไลน์ Moderiod ของบริษัท Goodsmile Company ซึ่งมีแผนจะออกโมเดลดักแก่คนเล่นมากมายในปีนี้ (ฮา)





 ไกคิงนั้นยังคงใช้ดีไซน์เดิมตามต้นฉบับ แต่ในซีรี่ย์นี้นั้นได้ตัดทอนอุปกรณ์อาวุธของทั้งไกคิงและยานไดคูมารูออก และเพิ่มแอคชั่นต่อยเตะแบบการ์ตูนต่อสู้เข้ามา ตัว Moderoid ก็ได้มีการออกแบบให้มีจุดขยับจัดท่าๆได้เยอะกับรูปทรงตันๆโบราณๆ

  
ส่วนบ่าสามารถยืดออกมาเพิ่มมุมขยับได้มากขึ้น ข้อศอกงอได้มากกว่า90เล็กน้อย




ส่วนสะโพกสามารถยืดลงมาเพื่อเพิ่มจุดขยับเอวได้ ส่วนเข่างอได้มากกว่า90 แล้วข้อเท้ามีดับเบิ้ลบอลจอยท์ขนาดใหญ่ ทำให้พลิกได้มาก



ด้วยข้อขยับที่ดีไซน์ออกมาได้ดีทำให้สามารถจัดท่าต่อสู้ได้มาก


อุปกรณ์เสริมในกล่อง มือแบ มือถืออาวุธ หอก โล่ ตัวเชื่อมหอก หน้า Face Open


มือถืออาวุธสามารถวางเคา์เตอร์ครอสที่เข่าลงไปได้ แต่ไม่ได้ยึดแน่นกับมือ เหมือนเสียบไว้เฉยๆมากกว่า เป็นจุดนึงที่น่าตำหนิ เพราะเคาท์เตอร์ครอสเป็นดั่งมีดหรือดาบของไกคิงที่ใช้บ่อยๆแต่ดันจัดท่าไม้ได้เพราะเสียบไว้หลวมๆ



หอกสามารถติดตัวเชื่อมไว้ติดเคา์ทเตอร์ครอสเป็นหอกใหญ่ได้



Face Open ใช้การถอดเปลี่ยน ต่างกับ face open ของต้นฉบับมาก


สามารถแยกพาร์ทเป็นก่อนประกอบร่างได้


ชินริวไฮโดรเบรเซอร์ ท่าไม้ตายที่ยังกะบอลเก็งกิ  


ตัวสูงกว่า HG 1/144 เล็กน้อย 



โดยรวมพลาสติกค่อนข้างแน่นแข็ง (ดีกว่าShinkalion ก่อนหน้าพอสมควร) ข้อต่อแน่นหนาดี จัดท่าได้เยอะ แต่จุดเสียคงเป็นความไม่ครบ ยังขาดอาวุธเช่นโซ่ที่ยิงจากไหล่ Zector Hook ยานสนับสนุนที่ต่อกับไกคิงได้เช่นเนซซ่า สไกเลอร์

ตัวโมเดลนั้นทำสีมาให้หลายจุดตามดีเทลการ์ตูน ดีสำหรับคนไม่ทำสี แต่กับคนทำสีคงเหนื่อยหน่อยเพราะมันต้องกั้นพ่น แถมชิ้นส่วนไหล่แขนขาผ่ากลางมา แต่โดยรวมถือว่าก็ทำออกมาได้ดีเหมาะสำหรับคนต่อดิบสะสมมาก



วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

HGUC: MS-14J/BR Gelgoog Vertex สายฟ้าสีแดง

MS-14J/BR Gelgoog Vertex เป็นรุ่นพัฒนาของ MS-14BR Gelgoog High mobility R Type และ MS-14J Re-Gelgoog โดยอนาไฮม์ อิเล็คทรอนิกส์ สำหรับ Chimera Corps.  อดีตหน่วยเอสไพล็อตที่ก่อตั้งโดย ฮิวจ์ เควิน ภายใต้ คิชิเรีย ซาบี้ สำหรับต่อสู้กับเหล่านิวไทป์ แต่หลังสงคราม1ปี คนในหน่วยต่างแยกย้ายหายไป พร้อมกับข่าวลือว่าคิเมร่าได้แอบซุกซ่อนสมบัติชิ้นโตของซาบี้ไว้





MS-14J/BR นั้นเอาข้อดีของ MS-14BR และ MS-14J ที่มีความคล่องตัวสูง และกำลังขับมากเข้าด้วยกัน โดยวิงไบน์เดอร์แต่เดิมที่ไหล่ของ Re-Gelgoog ย้ายมาติดที่แพ็คหลังและเพิ่มข้อขยับให้หมุนได้อิสระ  






โมตัวนี้เป็นโมที่น้องชายขอให้ทำให้ โดยใช้ HGUC Re-Gelgoog เป็นเบส แล้วทำการติดข้อขยับบริเวณแพ็คหลังเพิ่มเติม และได้มีการยืดลำตัวให้ยาวขึ้น 1mm กับติดปากกระบอกปืนกลในแขน และทำสีตามแบบของ จอหน์นี่ ไรเด็น สายฟ้าสีแดง งานทำค่อนข้างหยาบเพราะต้องกั้นพ่นลวดลายเองเพราะหาดีคอลไม่ได้ เส้นเลยไม่คม และบางจุดที่ไม่ค่อยเห็นก็ไม่อุดขัด ปืนจะให้ซื้อ Jagd Doga เอาปืนก็เกินไปหน่อย เลยเอาปืนบีมแกตลิ่งอาวุธชุดแต่งมาใส่แทน บูสเตอร์ใต้กระโปรงก็ไม่ได้โมเป็น5ตัวแบบลายเส้น 


จริงๆตัวนี้ทำเสน็จสิ้นปีที่ผ่านมา แต่ขี้เกียจถ่ายรูปจนกระทั่งเห็นบันไดจะออกโมตัวนี้เป็นพีบันไดนี่แหละ เลยรีบชิงถ่ายรูปลงก่อน ฮา